Kritchaphon's profile...TuM...As good as it g...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 22 สิ่งมีค่าสิ่งมีค่า เนื่องจากไม่ได้เขียนบล็อกนาน สาเหตุที่หายไป เนื่องจาก ไม่มีเวลา + ไม่มีเรื่องเขียน ตอนนี้เผอิญมีพี่คนนึงเรียกร้อง ประกอบกับนึกเรื่องเขียนได้พอดี เรื่องที่พูดถึงวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอก มันเป็นแค่ความจริงที่ทุกคนรู้อยู่ เพียงแต่ว่าแต่ละคนจะตระหนักแค่ไหนเท่านั้นเอง พูดถึงสิ่งมีค่า นึกง่ายๆ เอาเป็นสิ่งของเครื่องใช้ละกันนะ สิ่งของเครื่องใช้เหล่านั้นจะมีค่าเมื่อไหร่? สำหรับเรา “เมื่อเป็นสิ่งของที่เราชอบ ถูกใจ ราคาแพง หรือไม่ก็มีคนสำคัญให้มา” สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดลักษณะพิเศษของสิ่งของเหล่านั้น นั่นคือ สิ่งของเหล่านั้นจะเป็นสิ่งมีค่าสำหรับเรา ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นมีค่าทางราคา หรือ มีค่าทางจิตใจ เคยมั้ยที่ทำสิ่งของมีค่าเหล่านี้หายไป แล้วเมื่อทำหายไปแล้วมีความรู้สึกยังไง คำตอบมีมากมาย ตั้งแต่ 1 :“ช่างมันเหอะ หาซื้อใหม่ได้” 2 : “เอาน่ะ ของที่ไม่ใช่ของเรามันก็ไม่อยู่กับเรานาน” 3 : “แย่ละ นี่เป็นของที่....(เพื่อน,คนรัก,พ่อแม่, ฯลฯ) ให้มา” วันนี้จะพูดถึงกรณีที่ 3 เพราะถือว่าเป็นความรู้สึกที่เรียกว่าทำของมีค่าทางจิตใจหายไป ยกตัวอย่างกรณีที่เจอมากับตัวละกัน เมื่ออาทิตย์ก่อน ผมได้ทำสิ่งของที่ผมถือว่ามีค่าสำหรับผมชิ้นนึงหาย นั่นคือ ดินสอกดที่เพื่อนสนิทคนนึงให้ในวันรับปริญญา ผมรู้สึกแย่มากที่ทำมันหาย พยายามหาในทุกๆที่ แต่ก็ไม่เจอ จนสุดท้ายก็คิดว่า คงหล่นในรถเมล์ แล้วก็เริ่มทำใจ เนื่องจากคงไม่มีทางเจอละ แต่หลังจากนั้นก็ทำให้ผมเริ่มคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง ก่อนที่ดินสอแท่งนั้นจะหายจริงๆ ผมเคยทำมันหายไปแล้วหลายทีแต่ก็เจอทุกครั้ง สาเหตุการหายก็เพราะผมลืมทิ้งไว้ โดยที่ทุกครั้งที่หาเจอ ผมก็บอกกับตัวเองเสมอว่า จะไม่ลืมทิ้งไว้ที่ไหนละ จะดูแลอย่างดี แต่ผมก็ลืมมันอย่างนี้อีกหลายครั้ง จนสุดท้ายมันหายไปจริงๆ ทำให้ผมรู้สึกว่าจริงๆแล้วที่มันหายน่ะ มันเกิดจาก เราไม่ใส่ใจ ไม่ได้ดูแล สิ่งที่เราเรียกว่าสิ่งมีค่านั้นอย่างจริงๆ เพราะทุกครั้งที่มันหายเราก็จะรู้สึกว่าขอให้หาให้เจอเถอะ ถ้าเจอนะจะไม่ให้หายอีก แต่พอหาเจอแล้วเวลาผ่านไป ความสำคัญของสิ่งนั้น เรากลับที่จะหลงลืมมันไป พอมันหายขึ้นมาจริงๆ ก็จะต้องมานั่งพร่ำพรรณนาว่า เฮ้อ ไม่น่าเลย น่าจะเก็บมัน รักษามันให้ดีกว่านี้ ที่เล่ามาทั้งหมดมาเนี่ย ยืดเยื้อไปแหละ แต่อยากเล่า ประเด็นคือ “คนเรามักจะเห็นค่าของสิ่งๆหนึ่งก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับเราแล้ว” จริงหรือไม่ มันคงขึ้นกับแต่ละคนว่าคิดยังไง ที่ยกตัวอย่างเป็นสิ่งมีค่าอย่างนึงเท่านั้น เป็นสิ่งของที่คนหลายคนพยายามรักษามันด้วยเพราะว่ามันมีค่าสำหรับเรา ถ้าเป็นเพื่อน คนรัก คนที่รู้สึกดีกับเรา หรือ พ่อแม่ล่ะ บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งมีค่าหรือคนที่มีความหมายในชีวิตเราทั้งนั้น แต่สิ่งที่มีค่าที่พูดถึง ไม่ได้หมายถึงตัวบุคคล แต่เป็นความรู้สึกที่คนเหล่านั้น ซึ่งต่างกันกับสิ่งของมาก เพราะความรู้สึก ถ้ามันหายไปแล้ว มันไม่สามารถหาซื้อได้ ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนของที่หาย ลองคิดดูว่า ในชีวิตเรา ถ้าไม่นับพ่อแม่หรือคนในครอบครัว จะมีซักกี่คนที่มีความรู้สึกที่ดีกับเรา สิ่งมีค่าเหล่านี้ แล้วคุณ สามารถดูแลรักษามันไว้ได้ดีแค่ไหน เคยมั้ย ที่ทำให้เค้าโกรธหรือเสียใจ เคยมั้ย ที่หลงลืมเค้า เคยมั้ย ที่อยากบอกความรู้สึกดีๆกับเค้า แต่ไม่กล้าบอก เพราะอายหรือ กลัวนู่นกลัวนี่ ….... ถ้ารับรู้ว่าตัวเองทำกับคนเหล่านั้นแบบนี้ เคยมั้ย ที่จะคิดปรับปรุงตัวเอง ไม่ทำให้เค้าโกรธหรือเสียใจอีก เคยมั้ย ที่จะเห็นความสำคัญ หันมาเอาใจใส่เค้า เคยมั้ย ที่จะกล้าพูดความรู้สึกดีๆ คำพูดดีๆ อย่างไม่อาย ....... สำหรับคนที่รู้ตัว แต่ไม่แก้ไขปรับปรุง บอกตรงๆ “ถ้าคนคนนั้นไม่ได้อยู่กับเราแล้ว อย่ามานั่งร้องไห้ เสียใจ และพร่ำบ่นว่า ไม่น่าเลย รู้งี้น่าจะ.... ” เพราะคุณไม่ได้พยายามรักษาเค้าไว้เลย นี่ก็คือผลจากการกระทำของคุณ แต่สำหรับคนที่รู้ตัว แล้วพยายามแก้ไขให้ดีขึ้น แต่ในที่สุดแล้วเค้าจากไปหรือความรู้สึกเค้าเปลี่ยนไป คงบอกอะไรไม่ได้มากนอกจาก อย่างน้อยคุณได้ทำหน้าที่ หรือได้พยายามรักษาของมีค่าของคุณไว้อย่างดีที่สุดแล้ว ถึงจะเสียใจแต่ก็คงเสียใจไม่เท่ากับไม่ได้พยายาม(ในความรู้สึกผมนะ) จงทำวันทุกวันให้เป็นวันที่ดีที่สุด มีความหมายที่สุด พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าใจ รู้สึกดีอะไรกับใคร บอกไปเถอะ อย่ารอ อย่าอาย เพราะความไม่แน่นอนมันอยู่บนโลก วันนี้เค้าอยู่ พรุ่งนี้เค้าอาจไม่อยู่แล้วก็เป็นได้ สำหรับคนที่คิดว่า ความรู้สึกบางอย่างไม่จำเป็นต้องพูดกัน เพราะยังไม่ถึงเวลา หรือเพราะบางทีอาจทำให้คนที่เราพูดด้วย เข้าใจผิด คิดไปเอง หรือคิดว่าไม่จำเป็นต้องพูดก็น่าจะรู้สึกได้ คิดว่าจริงเหรอ?? กับบางคนหรือกับบางกรณีมันใช้ไม่ได้หรอกนะ แต่ที่เชื่อและมั่นใจอย่างนึงก็คือ
“ไม่มีใครหรอกที่จะไม่อยากได้รับความรู้สึกดีๆ คำพูดดีๆ จากคนที่เรารัก หรือรู้สึกดีด้วย”
ความรู้สึกบางอย่างอาจจะรับรู้ได้ก็จริง แต่ไม่มีทางแน่ใจหรอก ว่าสิ่งที่เรารับรู้มา เป็นสิ่งที่คิดไปเอง หรือว่าเป็นอย่างนั้นจริง จนกว่าจะได้ฟังจากปาก และสิ่งเหล่านี้แหละจะทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย เอาเป็นว่า ผมเอง ก็ยังเป็นคนนึงที่ไม่สามารถที่จะทำอย่างที่ผมเขียนได้ทั้งหมดหรอก แต่อย่างน้อยผมได้เริ่มทำแล้ว และผมรู้แล้วว่าควรจะทำอะไร กับใคร แค่ไหน แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว ปิดท้ายเรื่องนี้ด้วย Forward mail ละกัน มี Forward mail ฉบับนึง อ่านแล้วโดนใจมากๆ เลย save เก็บไว้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่เขียนวันนี้ เลยเอามาโพสไว้ให้อ่าน เผื่อจะสะกิดใจใครบ้าง Around the corner I have a friend, ฉันมีเพื่อนที่อยู่ไม่ไกล
In this great city that has no end, ในเมืองใหญ่ที่ไม่มีวันหลับไหล
Yet the days go by and weeks rush on, และเวลาก็ยังคงผ่านไป
And before I know it, a year is gone. ฉันไม่เคยรู้ว่านานแค่ไหน
And I never see my old friends face, แต่ฉันไม่เคยเจอเพื่อนเก่าคนนั้น
For life is a swift and terrible race, เพราะชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน
he knows I like him just as well, รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน
As in the days when I rang his bell. จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที
And he rang mine but we were younger then, เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดี ๆ
And now we are busy, tired men. แต่ตอนนี้เรายุ่งและเหนื่อยล้า
Tired of playing a foolish game, ต้องฟันผ่ากับเกมอันหลากหลาย
Tired of trying to make a name. เหนื่อยหน่ายกับการสร้างชื่ อ
"Tomorrow" I say! "I will call on Jim พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา
Just to show that I'm thinking of him." ปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่
But tomorrow comes and tomorrow goes, แต่พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
And distance between us grows and grows. ระยะทางระหว่างเรายิ่งไกล
Around the corner, yet miles away, เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างร้อยไมล์
"Here's a telegram sir," "Jim died today." จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไป
And that's what we get and deserve in the end. นี่คือสิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร
Around the corner, a vanished friend. ที่ตรงนั้นไม่ไกล แต่ว่าเพื่อนฉันไม่อยู่อีกต่อไป
Remember to always say what you mean. จงพูดอย่างที่ใจคิด
If you love someone, tell them. ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป
Don't be afraid to express yourself. อย่ากลัวที่จะเผยความรู้สึก
Reach out and tell someone what they mean to you. เปิดใจและบอกคนที่มีความหมายกับคุณ
Because when you decide that it is the right time it might be too late. เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป
ป.ล. ครั้งนี้เขียนอาจจะวกวนไปหน่อย เอาไว้วันหลังจะปรับปรุงนะ ความจริงอยากเขียนอธิบายหลายอย่างมากกว่านี้ แต่เหนื่อยแล้วอ่ะ เลยพยายามย่อลงมาเหลือเท่านี้ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคนที่มาอ่านนะครับ ...TuM...As good as it gets. Comments (9)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://krit-tum.spaces.live.com/blog/cns!121E4F14BF27B29C!145.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|